Loading...

ข้อกำหนดและเงื่อนไขสำหรับการให้บริการ P2P Lending Platform และการให้กู้เงิน

ผู้ที่มีความประสงค์จะให้กู้ (ต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้ให้กู้”) มีความประสงค์ใช้บริการกู้ยืมเงินระหว่างบุคคลกับบุคคลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ของ บริษัท ได้เงิน ดอทคอม จำกัด (ต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้ให้บริการ”) ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจับคู่ระหว่างผู้ให้กู้กับผู้ประสงค์ที่จะขอกู้เงินที่ตรงกับคำเสนอขอกู้เงินของผู้กู้ (ต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้กู้”) ผู้ให้กู้จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขสำหรับการให้บริการ P2P Lending Platform และการให้กู้เงิน (“ข้อกำหนด”) นี้ ผู้ให้กู้ควรอ่านและทำความเข้าใจข้อกำหนดนี้อย่างระมัดระวังและผู้ให้กู้ตกลงที่จะยอมผูกพันตามข้อกำหนดนี้

ผู้ให้กู้ขอยืนยันว่าได้อ่านและเข้าใจข้อกำหนดนี้แล้ว และตกลงยอมผูกพันตามข้อกำหนดนี้ รวมทั้งเมื่อเข้าใช้บริการและให้กู้เงินผ่านระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ให้บริการแล้วให้ถือว่าผู้ให้กู้ตกลงยอมผูกพันตามข้อกำหนดนี้ รวมถึงที่จะได้แก้ไขเป็นครั้งคราว

ผู้ให้กู้ขอยืนยันว่าผู้ให้กู้มีอำนาจและสามารถเข้าทำสัญญา ความตกลง ความผูกพัน ตามข้อกำหนดนี้

ข้อกำหนดนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญากู้เงินระหว่างผู้กู้และผู้ให้กู้

การเข้าเป็นผู้ให้กู้

  • ผู้ให้กู้ขอรับรองต่อผู้ให้บริการ ดังนี้
    • ผู้ให้กู้เป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลในรูปบริษัทและห้างหุ้นส่วน
    • ในกรณีของบุคคลธรรมดา ผู้ให้กู้เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ ในกรณีของนิติบุคคล ผู้ให้กู้มีอำนาจในการเข้าทำสัญญาและการให้กู้อยู่ภายใต้กฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งได้รับอนุญาตจากทั้งภายในนิติบุคคล และหรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว
    • ผู้ให้กู้มีบัญชีเงินฝากกับธนาคารในประเทศไทย
    • ข้อมูลและเอกสารประกอบการสมัครใช้บริการทั้งหมดของผู้ให้กู้ที่จัดส่งให้แก่ผู้ให้บริการ ถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ ไม่ทําให้ผู้อื่นสําคัญผิด รวมทั้งผู้ให้กู้ตกลงนำส่งข้อมูลของผู้ให้กู้ที่มีการเปลี่ยนแปลงให้แก่ผู้ให้บริการโดยไม่ชักช้า
  • ผู้ให้กู้จะต้องเก็บรหัสในการเข้าใช้บริการผ่านระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ให้บริการไว้เป็นความลับ ห้ามเปิดเผยต่อบุคคลใด หากผู้ให้กู้เปิดเผยรหัสผ่านแก่บุคคลใด ผู้ให้กู้มีความรับผิดในกรณีมีการเข้าถึง ใช้ หรือใช้ในทางที่ผิดโดยบุคคลนั้น

หน้าที่ของผู้ให้บริการ

  • หน้าที่หลักของผู้ให้บริการ คือ เป็นตัวกลางในการจับคู่ระหว่างผู้กู้กับผู้ให้กู้ให้ตรงกับความต้องการของทั้งสองฝ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ การจัดให้ผู้กู้เข้าทำสัญญากู้เงินกับผู้ให้กู้ และการช่วยอำนวยความสะดวกในการรับเงิน จ่ายเงิน และเรียกเก็บเงินตามสัญญากู้เงิน รวมถึงหน้าที่บางประการในกรณีที่ผู้กู้ผิดนัด ทั้งนี้ ผู้ให้บริการไม่มีหน้าที่เกี่ยวกับการตัดสินใจใด ๆ แทนผู้ให้กู้
  • ในการพิจารณาคำขอกู้เงินของผู้กู้ (“คำขอกู้”) ผู้ให้บริการจะจัดระดับความเสี่ยงของผู้กู้แต่ละรายโดยพิจารณาจากคำขอกู้ รวมถึงการอันดับเครดิตของผู้กู้ซึ่งจัดทำโดยบุคคลภายนอก และหรือ ผู้ให้บริการ โดยผู้ให้บริการไม่มีหน้าที่ในการตรวจสอบ ยืนยัน ข้อมูลที่ผู้กู้จัดส่งให้แก่ผู้ให้บริการ โดยการจัดระดับความเสี่ยงดังกล่าวเป็นเพียงแนวทางและตัวบ่งชี้สำหรับการพิจารณาประกอบการให้กู้เท่านั้น ผู้ให้กู้มีหน้าที่ในการพิจารณา ศึกษา ค้นคว้าหาข้อมูล วิเคราะห์ และประเมินความน่าเชื่อถือของผู้กู้แต่ละรายด้วยตัวเอง รวมถึงอาจแสวงหาความเห็นทางการเงินจากบุคคลภายนอกประกอบ
  • ผู้ให้บริการขอปฏิเสธความรับผิดใด ๆ ที่เกี่ยวกับข้อมูลของผู้กู้ที่ผู้ให้กู้ได้รับผ่านทางผู้ให้บริการ ผู้ให้บริการอาจปรับปรุงข้อมูลของผู้กู้ให้เป็นปัจจุบัน (update) เป็นครั้งคราว อย่างไรก็ดี การปรับปรุงข้อมูลดังกล่าวไม่ถือเป็นหน้าที่ของผู้ให้บริการ
  • ผู้ให้บริการอาจปฏิเสธการให้บริการกับผู้ให้กู้ได้หากผู้ให้บริการมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าคำสั่งใด ๆ ที่ได้รับไม่ชัดเจน ไม่ได้มาจากผู้ให้กู้ หรือ อาจทำให้ผู้บริการกระทำผิดกฎหมายหรือหน้าที่
  • ผู้ให้กู้สามารถโอนเงินสำหรับการให้กู้เงินเข้าบัญชีของผู้ให้บริการได้ภายหลังจากที่ผู้ให้กู้ได้รับแจ้ง รายละเอียดและวิธีการโอนเงินให้กู้ ทั้งนี้ ผู้ให้กู้อาจนำฝากเงินสำหรับการให้กู้ดังกล่าวด้วยวิธีการอื่นใดตามที่ผู้ให้บริการกำหนด และเมื่อผู้ให้บริการได้รับเงินให้กู้แล้วผู้ให้กู้สามารถเริ่มต้นกระบวนการให้กู้ได้ อย่างไรก็ดี ผู้ให้บริการอาจหักค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาคำขอให้กู้จากเงินจำนวนดังกล่าว
  • ผู้ให้กู้สามารถยกเลิกคำสั่งการให้กู้ได้ตลอดเวลา เว้นแต่ก่อนปิดรับการให้กู้ 48 (สี่สิบแปด) ชั่วโมง โดยผู้ให้บริการตกลงคืนเงินสำหรับการให้แก่ผู้ให้กู้ทันทีโดยการโอนเข้าบัญชีธนาคารที่ผู้ให้กู้ระบุ และจะแจ้งให้ผู้ให้กู้ทราบถึงสถานะการยกเลิกคำสั่ง ทั้งนี้ เมื่อคำขอกู้ได้รับการจับคู่จนเต็มจำนวนตามที่ขอแล้วให้ถือว่าการจับคู่สำเร็จ โดยให้ถือว่าผู้ให้กู้และผู้กู้ตกลงยอมรับการกู้เงินดังกล่าวและไม่สามารถยกเลิก เพิกถอนหรือแก้ไขได้
  • ผู้ให้กู้ตกลงเป็นผู้รับภาระค่าธรรมเนียมธนาคารเกี่ยวกับการโอนเงิน อย่างไรก็ดี เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ที่เกี่ยวข้อง ผู้ให้บริการอาจระงับหรือจำกัดการโอนเงินจากบัญชีของผู้ให้กู้

กระบวนการให้กู้เงิน

ผู้ให้กู้ต้องเลือกประเภทผู้กู้หรือประเภทธุรกิจของผู้กู้หลังจากนั้น ผู้ให้กู้ต้องเลือกผู้กู้ที่ผู้ให้กู้ประสงค์จะให้กู้จากระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ให้บริการหรือผู้ให้กู้อาจตกลงให้ผู้ให้บริการสรรหาผู้กู้ให้เป็นไปตามความประสงค์ เงื่อนไข และนโยบายการลงทุนของผู้ให้กู้ จากนั้นระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ให้บริการจะเป็นตัวกลางในการจับคู่ระหว่างผู้ให้กู้และผู้กู้ ซึ่งจะพิจารณาจับคู่จากเงื่อนไขและความต้องการที่กำหนดไว้ล่วงหน้าโดยผู้ให้กู้ โดยกระบวนการจับคู่นี้รวมถึงการซื้อสิทธิเรียกร้องในหนี้เงินกู้ (ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน) จากผู้ให้กู้รายอื่นด้วย

ขั้นตอนการเสนอให้กู้เงิน

  • คำขอกู้จะถูกพิจารณาและจัดลำดับความเสี่ยงโดยผู้ให้บริการ โดยผู้ให้บริการจะจัดทำสรุปข้อมูลของผู้กู้ที่ผ่านการพิจารณาอนุมัติ เผยแพร่ในระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ให้บริการ (“คำเสนอกู้”) โดยผู้ให้กู้เงินสามารถอ่านและพิจารณาคำเสนอกู้ที่เผยแพร่ในระบบดังกล่าวได้
  • ผู้ให้กู้สามารถเสนอให้กู้เงินตามจำนวน อัตราดอกเบี้ย เงื่อนไขและความต้องการ โดยระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ให้บริการจะทำการจับคู่กับคำเสนอกู้โดยอัตโนมัติ อัตราดอกเบี้ยจะแปรผันตามระดับความเสี่ยงของผู้กู้แต่ละราย และหรือ ตามระยะเวลาการกู้ ทั้งนี้ ระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์อาจทำการจับคู่ผู้ให้กู้กับผู้เสนอขายสิทธิเรียกร้องในหนี้เงินกู้ในกรณีที่อัตราดอกเบี้ยที่เสนอเท่ากันหรือสูงกว่าในความเสี่ยงระดับเดียวกันโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ อัตราดอกเบี้ยจะต้องไม่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำที่กำหนดโดยผู้ให้บริการ ในกรณีที่เงินให้กู้มีจำนวนพอ การให้กู้สามารถกำหนดให้กู้ได้ในจำนวนเงินสูงสุดในธุรกิจที่ผู้ให้กู้กำหนด อย่างไรก็ดี หากจำนวนเงินให้กู้มีไม่พอ ระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์จะทำการจับคู่โดยใช้จำนวนเงินขั้นต่ำ 1,000 (หนึ่งพัน)บาท สำหรับการเสนอให้กู้ในแต่ละคราว
  • ในกรณีที่ผู้ให้กู้มีเงินให้กู้ไม่เพียงพอ ระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ให้บริการจะค้นหาและทำการจับคู่กับคำเสนอขายสิทธิเรียกร้องในหนี้เงินกู้ของผู้ให้กู้รายอื่นที่ประสงค์จะโอนขายสิทธิเรียกร้องก็ได้
  • ผู้ให้บริการสงวนสิทธิที่จะระงับการให้บริการ ณ เวลาใด ๆ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า รวมถึงการเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินขั้นสูงและขั้นต่ำสำหรับการให้กู้
  • ผู้ให้กู้สามารถตรวจสอบรายงานการให้กู้ยืมได้ผ่านระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ให้บริการ

สัญญากู้เงิน

  • การที่ผู้ให้กู้ยื่นคำขอให้กู้และผู้ให้บริการตอบรับคำขอดังกล่าวให้ถือเสมือนว่าผู้ให้กู้ตกลงยินยอมที่จะปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้ และเมื่อผู้กู้ได้ลงนามในสัญญากู้เงินแล้ว ให้ถือว่าข้อกำหนดนี้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญากู้เงินด้วย
  • เมื่อคำขอกู้ได้รับการจับคู่จนเต็มจำนวนตามที่ขอแล้วให้ถือว่าการจับคู่สำเร็จและให้ถือว่าผู้ให้กู้และผู้กู้ตกลงยอมรับการกู้เงินดังกล่าวและไม่สามารถยกเลิก เพิกถอนหรือแก้ไขได้ ผู้ให้บริการจะประสานงานให้ผู้กู้ลงนามในสัญญากู้เงินก่อนโอนเงินกู้ให้ผู้กู้ต่อไป
  • ผู้ให้บริการจะดำเนินการโอนเงินกู้ให้แก่ผู้กู้ภายใน 1 (หนึ่ง) วันทำการนับแต่วันที่สัญญากู้เงินได้รับการลงนามโดยผู้กู้และผู้ให้กู้ครบถ้วนถูกต้อง
  • การคิดดอกเบี้ยและค่าบริการแพลตฟอร์ม ตามอัตราที่ระบุไว้ในสัญญากู้เงิน จะเริ่มต้นคำนวณจากวันที่ผู้กู้ได้รับหรือถือว่าได้รับเงินกู้เป็นต้นไปจนกว่าหนี้ตามสัญญากู้เงินจะได้รับชำระเสร็จสิ้น
  • ผู้ให้กู้มีสิทธิโดยชอบที่จะโอนสิทธิเรียกร้องในหนี้ และหรือ บรรดาหลักประกันตามสัญญากู้เงินไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลภายนอกและผู้ให้บริการได้ โดยเพียงแต่ผู้ให้กู้ (หรือผู้ให้บริการ) แจ้งให้ผู้กู้ทราบ ทั้งนี้ ตามสัญญากู้เงิน ผู้กู้ได้ให้ความยินยอมและตกลงด้วยกับการโอนสิทธิเรียกร้องในหนี้ และหรือ บรรดาหลักประกันดังกล่าวของผู้ให้กู้ เว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะว่าไม่ต้องทำการบอกกล่าวหรือแจ้งแก่ผู้กู้หรือขอความยินยอมจากผู้กู้ ทั้งนี้ ผู้กู้ไม่มีสิทธิโอนสิทธิเรียกร้องในหนี้และหรือบรรดาหลักประกันตามสัญญากู้เงินฉบับนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลภายนอก

การชำระเงินกู้

  • เงินต้นและดอกเบี้ยที่ผู้ให้บริการได้รับ ภายหลังจากหักค่าปรับ ค่าใช้จ่าย ค่าธรรมเนียม หรือ ค่าบริการอื่นใด ตามที่กำหนดในสัญญาที่เกี่ยวข้อง และภาษีที่เกี่ยวข้อง แล้วจะถูกโอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ให้กู้ ในกรณีที่มีผู้ให้กู้หลายราย การชำระเงินดังกล่าวจะทำตามสัดส่วนการให้กู้ (pro rate)
  • ผู้ให้กู้อาจเสนอให้กู้เงินต้นและดอกเบี้ยที่ได้รับต่อไปโดยอัตโนมัติโดยการส่งคำสั่งการให้กู้ผ่านระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ให้บริการ

การโอนสิทธิเรียกร้องในหนี้เงินกู้

  • หากผู้ให้กู้ประสงค์จะขอเงินให้กู้คืนก่อนครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญากู้เงิน ผู้ให้กู้สามารถเสนอขายสิทธิเรียกร้องในหนี้เงินกู้ผ่านระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ให้บริการ อย่างไรก็ดี ผู้ให้กู้ไม่สามารถเสนอขายสิทธิเรียกร้องในหนี้เงินกู้ได้ในกรณีที่ผู้กู้ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี
  • ผู้ให้กู้สามารถกำหนดส่วนลดหรือส่วนเพิ่มสำหรับอัตราดอกเบี้ยของสิทธิเรียกร้องในหนี้เงินกู้ที่เสนอขายได้ ทั้งนี้ จำนวนเงินส่วนต่างจะถูกแสดงไว้ในระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ให้บริการ โดยราคาขายในส่วนที่ประสงค์จะขายจะประกอบด้วยเงินต้นและจำนวนเงินส่วนต่างดังกล่าว
  • ผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องในหนี้เงินกู้จะรับโอนสิทธิเรียกร้องตามสัญญากู้เงิน รวมถึง สิทธิในการได้รับชำระหนี้ตามที่กำหนดไว้ในสัญญากู้เงิน โดยผู้รับโอนสิทธิจะต้องชำระราคาตามที่ตกลงกัน โดยผู้ให้บริการจะหักออกจากบัญชีผู้ให้กู้ที่ซื้อเงินกู้
  • ผู้ให้กู้จะโอนสิทธิเรียกร้องตามสัญญากู้เงินให้แก่ผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องในหนี้เงินกู้ และจะได้รับชำระราคาตามที่ตกลงกัน โดยผู้ให้บริการอาจหักค่าธรรมเนียมโอนขายสิทธิเรียกร้องในหนี้เงินกู้ก่อนนำฝากเงินส่วนที่เหลือเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ให้กู้ที่โอนขายสิทธิเรียกร้องในหนี้เงินกู้

ค่าธรรมเนียม

ผู้ให้บริการจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ให้กู้ ดังนี้

  • ค่าบริการตรวจประวัติ ผู้ให้บริการจะคิดค่าบริการสำหรับการตรวจสอบและดำเนินการเกี่ยวกับ “Know your client” หรือ KYC (หากมี) และค่าบริการในส่วนนี้จะหักออกจากเงินให้กู้เมื่อผู้ให้กู้นำฝากเข้าบัญชีในครั้งแรก
  • ค่าธรรมเนียมโอนขายสิทธิเรียกร้องในหนี้เงินกู้ จะเรียกเก็บในกรณีที่ผู้ให้กู้ประสงค์จะโอนขายสิทธิเรียกร้องในหนี้เงินกู้ ในอัตราร้อยละ 3 (สาม) ของยอดเงินกู้ที่ครบกำหนดชำระก่อนการโอนขายสิทธิเรียกร้องในหนี้เงินกู้
  • ผู้ให้บริการอาจหักค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทางกฎหมาย ค่าทนายความ ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการชำระเงินผ่านธนาคาร และหรือ ช่องทางบริการรับชำระ ค่าปรับกรณีเรียกเก็บเงินตามเช็คไม่ได้ ค่าปรับกรณีหักบัญชีเงินฝากไม่ได้ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในกรณีที่ผู้กู้ผิดสัญญา โดยผู้ให้บริการอาจหักค่าใช้จ่ายดังกล่าวกับหนี้ที่ผิดนัดและเรียกเก็บได้ และเงินส่วนที่เหลือจะถูกนำฝากเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ให้กู้ ในกรณีที่มีผู้ให้กู้หลายราย การชำระเงินดังกล่าวจะทำตามสัดส่วนการให้กู้ (pro rate)
  • ผู้ให้บริการสงวนสิทธิในการ ลด เพิ่ม หรือ ยกเว้น อัตราค่าธรรมเนียมดังกล่าวข้างต้นเป็นครั้งคราว ผู้ให้บริการจะประกาศการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ให้บริการ

การแต่งตั้งตัวแทนที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ

  • โดยการยอมรับข้อกำหนดนี้ให้ถือว่าผู้ให้กู้ตกลงแต่งตั้งผู้ให้บริการเป็นตัวแทนในการติดตามทวงถามหนี้ในกรณีที่ผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้ ตลอดถึงแต่งตั้งหรือมอบอำนาจช่วง รวมทั้งมอบอำนาจให้ผู้ให้บริการดำเนินการใด ๆ อันเป็นการป้องกันผลประโยชน์ของผู้ให้กู้

การผิดนัด

  • หากผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญากู้เงิน ผู้ให้กู้ตกลงผู้ให้บริการดำเนินการใด ๆ ตามที่จำเป็นและสมควรเพื่อเรียกชำระหนี้จากผู้กู้แทนผู้ให้กู้ ทั้งนี้ ผู้ให้บริการอาจเรียกเก็บค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้นตามจำเป็นและสมควรโดยการหักออกจากจำนวนหนี้ที่เรียกเก็บจากผู้กู้ได้
  • ผู้ให้บริการอาจเสนอรับโอนสิทธิเรียกร้องในหนี้ที่ผิดนัดตามสัญญากู้เงินจากผู้ให้กู้ในอัตราค่าตอบแทนตามที่ผู้ให้บริการและผู้ให้กู้จะได้ตกลงเป็นคราว ๆ ไป
  • หากผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญากู้เงิน ผู้ให้บริการในฐานะตัวแทนผู้ให้กู้จะติดต่อกับผู้กู้เพื่อเรียกร้องให้ชำระหนี้ภายใน 3 (สาม) วัน หากผู้ให้บริการไม่สามารถเรียกเก็บหนี้ที่ผิดนัดได้ภายในกำหนดระยะเวลา 5 (ห้า) วัน นับแต่วันผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญากู้เงิน หนี้ดังกล่าวจัดเป็นหนี้ที่ผิดนัดและผู้ให้บริการอาจดำเนินการเรียกเก็บต่อไป และหรือ อาจแต่งตั้งตัวแทนเรียกเก็บหนี้เพื่อดำเนินการเรียกเก็บหนี้ที่ผิดนัด ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นและถูกเรียกเก็บโดยตัวแทนเรียกเก็บหนี้จะถูกเพิ่มในยอดเงินหนี้ที่ผิดนัด
  • ตัวแทนเรียกเก็บหนี้อาจหักค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายกับหนี้ที่ผิดนัดและเรียกเก็บได้ในอัตราที่ระบุในสัญญากู้เงิน และเงินส่วนที่เหลือจะถูกนำฝากเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ให้กู้ ในกรณีที่มีผู้ให้กู้หลายราย การชำระเงินดังกล่าวจะทำตามสัดส่วนการให้กู้ (pro rate)
  • หากตัวแทนเรียกเก็บหนี้ไม่สามารถเรียกเก็บหนี้ที่ผิดนัดได้ ผู้ให้บริการจะแจ้งให้ผู้ให้กู้ทราบเป็นหนังสือและผู้ให้กู้สามารถใช้สิทธิเลือก ดังนี้
    • (ก) โอนสิทธิเรียกร้องของหนี้ที่ผิดนัดให้แก่ผู้ให้บริการ โดยผู้ให้บริการชำระเงินค่าตอบแทนตามที่ผู้ให้บริการและผู้ให้กู้จะได้ตกลงเป็นคราว ๆ ไป หรือ
    • (ข) ดำเนินการทางกฎหมายด้วยตัวเอง เฉพาะกรณีที่ผู้ให้กู้มีรายเดียวเท่านั้น
    • โดยผู้ให้กู้ต้องใช้สิทธิเลือกดังกล่าวภายใน 14 (สิบสี่) วัน หากผู้ให้กู้ไม่ใช้สิทธิเลือกในระยะเวลาดังกล่าวให้ถือว่าผู้ให้กู้ตกลงยินยอมโอนสิทธิเรียกร้องของหนี้ที่ผิดนัดให้แก่ผู้ให้บริการ โดยผู้ให้บริการจะดำเนินการดังนี้
    • หากผู้ให้กู้ตกลงดำเนินการทางกฎหมายด้วยตัวเอง ผู้ให้บริการจะแจ้งรายละเอียดการติดต่อของผู้กู้แก่ผู้ให้กู้เพื่อติดตามเรียกเก็บหนี้ด้วยตนเอง
    • หากผู้ให้กู้ตกลงโอนสิทธิเรียกร้องของหนี้ที่ผิดนัด ผู้ให้บริการจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อผู้กู้และจะคืนเงินที่เรียกเก็บได้จากผู้กู้ภายหลังจากหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการติดตามเรียกเก็บหนี้ที่ผิดนัดแล้วแก่ผู้ให้กู้ต่อไป
  • หากเงินที่เรียกเก็บได้ไม่เพียงพอชำระหนี้เงินกู้ของผู้ให้กู้ทุกราย (ในกรณีที่มีผู้ให้กู้หลายราย) การชำระเงินดังกล่าวจะทำตามสัดส่วนการให้กู้ (pro rate)

ข้อยกเว้นความรับผิด

  • ผู้ให้กู้รับทราบว่าการเสนอให้กู้เงินและกระบวนการให้กู้เงินมีความเสี่ยง ผู้ให้บริการไม่รับประกันและไม่รับรองถึงความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ ผู้ให้กู้รับทราบว่าผู้ให้บริการไม่มีความรับผิดใด ๆ ในกรณีที่ผู้กู้ตกเป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้หรือการไม่ปฏิบัติตามภาระผูกพันใด ๆ ตามที่กำหนดไว้ในสัญญากู้เงิน
  • การคำนวณอัตราผลตอบแทนในการให้กู้เงินที่เปิดเผยในระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ให้บริการเป็นเพียงแนวทางในการพิจารณาเท่านั้น ไม่ถือว่าเป็นการรับประกันอัตราผลตอบแทน
  • ผู้ให้บริการไม่รับประกันและไม่รับรองว่าจะมีจำนวนคำขอให้กู้เพียงพอที่จะให้กู้เงินตามคำขอกู้ หรือ เพียงพอที่จะซื้อสิทธิเรียกร้องในหนี้เงินกู้ของผู้ให้กู้รายอื่นที่ประสงค์จะโอนขายสิทธิเรียกร้องดังกล่าว
  • ผู้ให้บริการไม่รับประกันและไม่รับรองว่าจะมีผู้ให้กู้รายอื่นใดที่ประสงค์จะซื้อสิทธิเรียกร้องในหนี้เงินกู้ ของผู้ให้กู้
  • ในกรณีเงินกู้มีหลักประกัน ผู้ให้กู้รับทราบว่าการบังคับชำระหนี้กับหลักประกันอาจมีข้อจำกัดและความเสี่ยง และรับทราบว่าอาจบังคับชำระหนี้ได้จากหลักประกันดังกล่าวได้ไม่เต็มจำนวนหนี้ตามสัญญาเงินกู้

บททั่วไป

  • ข้อมูลในระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ให้บริการมีไว้สำหรับบุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในข้อ 1. ของข้อกำหนดนี้เท่านั้น โดยไม่มีวัตถุประสงค์เป็นการเผยแพร่หรือให้บุคคลหรือหน่วยงานของประเทศใด ๆ ใช้หากการเผยแพร่หรือการใช้ดังกล่าวเป็นการขัดต่อกฎหมายหรือกฎระเบียบของประเทศนั้น ๆ
  • ผู้ให้บริการอาจปฏิบัติตามภาระผูกพันใด ๆ หรือใช้สิทธิตามข้อกำหนดนี้ผ่านบุคคลภายนอก รวมทั้งผู้ให้บริการอาจโอนสิทธิในการปฏิบัติตามภาระผูกพันใด ๆ หรือโอนสิทธิตามข้อกำหนดนี้ให้แก่บุคคลภายนอก
  • หากข้อความส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อกำหนดนี้เป็นโมฆะ ผิดหลักเกณฑ์ของทางราชการ ไม่สมบูรณ์ ไม่สามารถฟ้องร้องบังคับกันได้ตามกฎหมายไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ แล้ว ให้ถือว่าส่วนที่ไม่โมฆะหรือสมบูรณ์แยกออกจากส่วนที่เป็นโมฆะหรือไม่สมบูรณ์นั้นและมีผลใช้บังคับได้
  • การผ่อนผันของผู้ให้บริการคราวหนึ่งคราวใดถือเป็นการผ่อนผันเฉพาะครั้งนั้นคราวนั้น ไม่ถือเป็นเหตุแห่งการผ่อนผันคราวอื่นด้วยไม่ได้
  • ผู้ให้บริการอาจแก้ไข เพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดนี้ได้ตามความเหมาะสมได้เสมอ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ผู้ให้กู้ทราบล่วงหน้า อย่างไรก็ดี หากการแก้ไข เพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงมีผลทำให้ผู้ให้กู้เสียประโยชน์ ผู้ให้บริการจะแจ้งให้ผู้ให้กู้ทราบเป็นหนังสือล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 (สามสิบ)วัน ก่อนการแก้ไข เพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงนั้น
  • ผู้ให้กู้ยอมรับว่าในการจัดส่งข้อมูลให้แก่ผู้ให้กู้ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์หรือในการทำธุรกรรมใด ๆ ระหว่างผู้ให้กู้และผู้ให้บริการหรือบุคคลที่ผู้ให้บริการกำหนด (แล้วแต่กรณี) โดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่นไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) เป็นต้น นั้น มีผลผูกพันและมีผลบังคับใช้ได้ตามกฎหมาย รวมทั้งสามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในกระบวนพิจารณาตามกฎหมายได้ด้วย
  • ผู้ให้กู้ตกลงเก็บรักษาข้อมูลใด ๆ ที่ได้รับจากผู้ให้บริการ หรือที่ผู้ให้กู้สามารถเข้าถึงได้โดยผ่านระบบระบบอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ให้บริการ ไว้เป็นความลับ อันเกี่ยวกับคำเสนอกู้ของผู้กู้และสัญญากู้เงิน

การติดต่อ

ผู้ให้กู้สามารถติดต่อผู้ให้บริการตามรายละเอียด ดังนี้

ฝ่ายบริการลูกค้าหมายเลขโทรศัพท์ 02-494-8399